จุดชุมวิวผาชู้

บริเวณเชิงผาชู้เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เป็นโขดหินและหน้าผาใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางขุนเขาที่เขียวขจีหลายแสนไร่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ และสายน้ำของแม่น้ำน่านทอดตัวไหลลดเลี้ยวสู่ทิศใต้ยาวหลายสิบกิโลเมตรในฤดูหนาวจะมีทะเลหมอกสีขาวตัดกับความเขียวขจีของป่า และแสงสีทองของพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าอย่างสวยงามมาก ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากยอดผาชู้

จุดเด่น เป็นสถานที่ตั้งสายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ต้องร้องเพลงชาติประมาณ 12      รอบกว่า เพื่อเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเขา สายธงชาตินี้มีความยาวประมาณ 200 เมตร จากพื้นถึงยอดผาชู้ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางไป – กลับ ประมาณ 1 ชั่วโมง   ผู้ประสงค์จะขึ้นยอดผาชู้ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

เรื่องเล่าขาน “ตำนานผาชู้”

           ตำนานความรักสามเส้าที่ตัดสินใจความรักด้วยความตาย โดยมีตำนานเล่าขานว่า “ณ ที่แห่งนี้เมืองหลายร้อยปีที่ผ่านมามีตำนานเล่าขานสืบทอดกันว่า ที่แขวงศรีษะเกษ มีเจ้าแขวงเป็นชายรูปงามนามว่า    “เจ้าจ๋วง” ได้เสกสมรสกับ “เจ้าจันทร์” เป็นชายา ครองรักกันมาหลายขวบปียังไม่มีบุตร – ธิดา แต่อย่างใดอยู่มาวันหนึ่ง เจ้าจ๋วงได้ออกประพาสป่าเพื่อล่าสัตว์ ขณะล่าสัตว์ป่าได้หลงทางมาถึงบริเวณโขดหินสูงใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ท่วมกลางแมกไม้ที่เขียวขจีมีสภาพอุดมสมบูรณ์ มีทัศนียภาพที่สวยงามยิ่ง ได้พบกับกระท่อมของพรานป่าซึ่งมีลูกสาวสวยงามนามว่า “เอื้อง” อาศัยอยู่ด้วยกันสองพ่อลูก พอเจ้าจ๋วงได้พบประสบพักตร์กับเอื้องทำให้เกิดความหลงใหล หลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จึงได้เฝ้าเพียรพยายามบอกรักเอื้องอยู่เป็นเวลานาน กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ซึ่งความรักเปรียบเสมือน “น้ำหยดลงหินทุกวันมันยังกร่อน” ในที่สุดเจ้าจ๋วงก็ได้ครองรักกับเอื้อง เป็นชายาอีกนางหนึ่ง เจ้าจันทร์เมื่อเห็นว่า เจ้าจ๋วงได้ประพาสป่าและไม่กลับแขวงเป็นเวลานาน จึงได้ติดตามเสาะหาอยู่หลายวัน จนกระทั่งวันหนึ่งได้ตามมาพบเจ้าจ๋วงกำลังพลอดรักกับเอื้องอยู่บนโขดหินใหญ่ จึงได้ตัดพ้อต่อว่าและยื่นคำขาดให้เจ้าจ๋วงเลือกเอาว่าจะตัดสินใจครองรักกับใครแต่เพียงนางเดียว เจ้าจ๋วงได้ใช้ความคิดอยู่เป็นเวลานานก็ไม่สามารถที่จะตัดใจเลือกใครคนใดคนหนึ่งได้ จึงได้อธิษฐานว่า   “ความรักของเราทั้งสามคน เป็นความรักบริสุทธิ์ เป็นรักแท้ตราบเท่านิจนิรันดร์ขอให้ร่างกายเรากลับกลายเป็นต้นไม้อยู่คู่โขดหินใหญ่แห่งนี้ตลอดกาลเวลา” ได้ตัดสินใจกระโดดหน้าผา เจ้าจันทร์เห็นดังนั้นจึงได้กระโดดหน้าผาตามไป ฝ่ายเอื้องได้ทราบและเกรงกลัวต่อบาปกรรมจึงได้กระโดดหน้าผาตามไปอีกคน ทำให้เสียชีวิตทั้งสามคน ด้วยอำนาจคำอธิษฐานอันแรงกล้า เจ้าจ๋วงจึงได้กลายร่างเป็นต้นจ๋วง (จ๋วง เป็นภาษาเหนือแปลว่า ต้นสน) ส่วนเจ้าจันทร์ได้กลายร่างเป็นต้นจันทน์ผา และเอื้องได้กลายร่างเป็นกล้วยไม้หรือดอกเอื้อง (เอื้อง เป็นภาษาเหนือ แปลว่า กล้วยไม้) ขึ้นอยู่ตามหน้าผาแห่งนี้ โขดหินใหญ่แห่งนี้ จึงถูกเรียกขานนามว่า “ผาชู้” มาตั้งแต่บัดนั้น”

× How can I help you?